Cryptocurrency คืออะไร? ทำความรู้จักกับสินทรัพย์ดิจิทัล

Cryptocurrency คืออะไร? ทำความรู้จักกับสินทรัพย์ดิจิทัล

joker123

หลายคนเชื่อว่าคริปโตเคอเรนซี (Cryptocurrency) และสินทรัพย์ดิจิทัลมีความหมายเหมือนกันและสามารถใช้แทนกันได้ แต่จริง ๆ แล้ว 2 คำนี้ไม่ได้มีความหมายเหมือนกันซะทีเดียว ถ้าหากพูดถึงสินทรัพย์ดิจิทัลในวงการอื่นนอกเหนือจากวงการการเงินแล้ว หลายคนอาจจะไม่ได้คิดถึงสกุลเงินดิจิทัลเลยด้วยซ้ำไป มาลองดูกันว่าที่จริงแล้ว Cryptocurrency คืออะไร และถ้าเปรียบเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ แล้วต่างกันอย่างไร

สล็อต

สินทรัพย์ดิจิทัลคืออะไร?
โดยทั่วไปแล้ว สินทรัพย์ดิจิทัลคืออะไรก็ได้ที่ถูกเก็บไว้ในระบบดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นบทความที่คุณกำลังอ่านอยู่ตอนนี้ รูปภาพบนเฟซบุ๊ก รวมถึงบรรดาเนื้อหาและสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่บนกูเกิล ทุกอย่างล้วนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล แต่ในวงการการเงินนั้น สินทรัพย์ดิจิทัลมักหมายถึงสินทรัพย์ที่สามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ ยกตัวอย่างเช่น โทเคนทอง (Gold Token) ที่เอาไว้ซื้อขายทองบนตลาดออนไลน์ หรือ คริปโตเคอเรนซี
Cryptocurrency คืออะไร?
Cryptocurrency คือ สกุลเงินเข้ารหัส โดยคริปโตเคอเรนซีหรือ สินทรัพย์ดิจิทัลนั้น ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นสื่อกลางของการแลกเปลี่ยนโดยใช้วิทยาการเข้ารหัสหรือรหัสลับ (Cryptography) ในการป้องกันและยืนยันธุรกรรม อีกทั้งยังใช้การเข้ารหัสเพื่อควบคุมการผลิตคริปโตบางประเภทอีกด้วย โดยพื้นฐานแล้วคริปโตเคอเรนซีจะมีการจำกัดการเข้าถึงฐานข้อมูล ซึ่งนั่นทำให้การเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นไปได้ยากถ้าหากยังไม่ได้กรอกเงื่อนไขเฉพาะ เราสามารถซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน และสะสมคริปโตได้ นอกจากนี้คริปโตเคอเรนซียังสามารถใช้แทนมูลค่าของบริการที่ถูกสร้างไว้บนเทคโนโลยีบล็อกเชนอีกด้วย โดยบล็อกเชน หรือ บางทีก็ถูกเรียกว่าระบบบันทึกรายการธุรกรรมดิจิทัลบนเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (Distributed Ledger Technology หรือ DLT) นั้น ทำให้ธุรกรรมของสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัย โปร่งใส่ และปลอมแปลงได้ยาก ด้วยการใช้เครือข่ายแบบกระจายศูนย์ (Decentralization) และ การใช้รหัสผ่านแบบสร้างข้อมูลแทนตัว (Cryptographic hashing) คริปโตเคอเรนซีส่วนใหญ่ทำงานอยู่บนบล็อกเชนสาธารณะหรือบล็อกเชนวงเปิด (Public Blockchain) อย่างไรก็ตามบล็อกเชนยังมีอีกหนึ่งประเภทนั่นก็คือบล็อกเชนส่วนบุคคลหรือบล็อกเชนวงปิด (Private Blockchain) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมของบล็อกเชนได้

สล็อตออนไลน์

คริปโตเคอเรนซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคืออะไร?
บิทคอยน์คือสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกของคริปโตเคอเรนซี เนื่องจากเป็นสกุลเงินคริปโตแรกที่เกิดขึ้นบนโลก ตั้งแต่วันแรกที่บิทคอยน์ถูกสร้างขึ้นมานั้น หลายคนก็มองว่าบิทคอยน์เป็นสินทรัพย์ที่เหมาะกับการสะสมและเป็นเทคโนโลยีที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการติดต่อและดำเนินธุรกรรมระหว่างบุคคล เทคโนโลยีบิทคอยน์บนบล็อกเชนนั้นทำให้ธุรกรรมระหว่างบุคคลเกิดขึ้นได้อย่างปลอดภัยและน่าเชื่อถือ โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนกลางมาดำเนินการ ตั้งแต่มีบิทคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนดีเยี่ยมที่สุดเมื่อเทียบกับบรรดาหุ้นและสินทรัพย์ต่าง ๆ และนี่จึงเป็นสาเหตุว่าทำไมผู้คนนิยมลงทุนกับบิทคอยน์ นอกเหนือจากบิทคอยน์แล้วยังมีสกุลเงินในโลกของคริปโตเคอเรนซีมากกว่า 5,000 สกุลเงิน โดยสกุลอื่น ๆ เหล่านี้เรียกรวมกันว่า อัลท์คอยน์ (Altcoins) ซึ่งย่อมาจาก Alternative Coin
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในคริปโตเคอเรนซีเป็นอย่างไร?
มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Market Cap คำนวณได้จาก ราคาของหลักทรัพย์ คูณด้วย จำนวนหลักทรัพย์ในเวลาปัจจุบัน การคำนวณ Market Cap สำหรับคริปโตเคอเรนซีทำได้โดยการนำ จำนวนเหรียญในตลาดทั้งหมด คูณกับ ราคาเหรียญนั้น ๆ ณ ปัจจุบัน นั่นหมายความว่า ถ้าคุณดูราคาเหรียญวันที่ 13 พฤษภาคม ปี 2020 คุณจะเห็นได้ว่าในระบบมีบิทคอยน์อยู่ประมาณ 18,376,156 บิทคอยน์ และราคาตอน 11:30 น. อยู่ที่ 8,910.08 เหรียญสหรัฐ ดังนั้นมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในเวลานี้จะอยู่ที่ 18,376,156 x 8,910.08 = 163,732,989,783 เหรียญสหรัฐ
เราสามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซีได้อย่างถูกกฎหมายหรือไม่?
สกุลเงินดิจิทัลมีกฎหมายที่รองรับการใช้งานแตกต่างกันออกไปในหลายประเทศ การซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลคู่คริปโตอื่นๆ เช่น การเทรดอีเธอเรียม (ETH) กับ บิทคอยน์ (BTC) นั้นมักจะสามารถทำได้อย่างถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตาม กฎหมายที่เกี่ยวกับการเทรดสกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินทั่วไปนั้นยังคงแตกต่างกันไปตามการพิจารณากฎหมายในแต่ละประเทศ รัฐบาลหลายประเทศมักจะเข้ามาตรวจสอบธนาคารหรือผู้ให้บริการการทำธุรกรรมระหว่างประเทศก็ต่อเมื่อมีการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซีเป็นสกุลเงินทั่วไปและสกุลเงินทั่วไปเป็นคริปโตเคอเรนซี ดังนั้นคุณควรศึกษากฎหมายในประเทศของคุณเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับกฎระเบียบต่าง ๆ ในการจัดเก็บและขอยื่นภาษี
ตอนนี้สามารถแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซี่เป็นสกุลเงินปกติได้ไหม?
เราสามารถแลกคริปโต ไม่ว่าจะเป็นบิทคอยน์ หรือ อัลท์คอยน์ มาเป็นเงินปกติได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนจะต้องได้รับใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากประเทศที่ให้บริการก่อน ในขณะนี้ Zipmex ได้รับใบอนุญาตรับรองจากก.ล.ต.เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หมายความว่าเราสามารถให้บริการการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโตเคอเรนซีได้ รวมไปถึงการเทรดบิทคอยน์เป็นเงินบาทสำหรับนักเทรดชาวไทยอีกด้วย
เรากำลังอยู่ในกระบวนการขอใบอนุญาตในหลายประเทศ รวมถึงสิงคโปร์ ซึ่งหน่วยงาน MAS เพิ่งออกกฎหมายรับรองสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจาก Zipmex ได้เปิดให้บริการในประเทศเหล่านี้ก่อนที่จะมีกฎหมายออกมารองรับ เราจึงได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจการชั่วคราวขณะรอใบอนุญาตอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ในออสเตรเลีย Zipmex ได้ลงทะเบียนและดำเนินการผ่านการกำกับดูแลของ AUSTRAC (Australian Transaction Reports and Analysis Centre) อีกด้วย ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่า cryptocurrency คืออะไร Zipmex หวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณมั่นใจมากขึ้นในการลงทุนกับคริปโตเคอเรนซี ลองอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในบล็อกของพวกเราเพื่อรู้จักสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เหรียญตัวไหนคุ้มค่ากับการลงทุนเป็นตัวแรก หรือทุกคำตอบเกี่ยวกับ “บิทคอยน์” ติดตามพวกเราได้บน เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ จะได้อัปเดทข้อมูลก่อนใคร พร้อมติดตามการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เร็วๆ นี้

jumboslot

ทำความเข้าใจกับ Blockchain
เป็นบัญชีแยกประเภทสาธารณะแบบกระจายศูนย์ซึ่งเป็นรายการบันทึกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งจัดเก็บในรูปแบบของบล็อก บล็อกเหล่านี้ในบล็อกเชนเชื่อมต่อกันผ่านการเข้ารหัสซึ่งจะรักษาความลับของธุรกรรมไว้อย่างสมบูรณ์ blockchain เป็นชุดข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนรูปแบบประทับเวลา (ป้องกันการงัดแงะ) ซึ่งไม่ได้รับการจัดการโดยหน่วยงานกลาง แต่จัดการโดยคลัสเตอร์ของคอมพิวเตอร์ ข้อมูลแต่ละรายการที่แชร์บนเครือข่ายนี้จะปรากฏให้ผู้เข้าร่วมทุกคนเห็นและแต่ละคนต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของตน blockchainที่ดีที่สุดที่กำหนดระบบประชาธิปไตย
บล็อกเชนสาธารณะคืออะไร?
blockchain สาธารณะ permissionless ทุกคนสามารถเข้าร่วมเครือข่ายและอ่านเขียนหรือมีส่วนร่วมในบล็อกเชนได้ บล็อกเชนสาธารณะมีการกระจายอำนาจและไม่มีหน่วยงานเดียวที่ควบคุมเครือข่าย ข้อมูลบนบล็อกเชนสาธารณะมีความปลอดภัยเนื่องจากไม่สามารถแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงข้อมูลได้เมื่อได้รับการตรวจสอบความถูกต้องบนบล็อกเชนแล้ว BitcoinและEthereumเป็นตัวอย่างที่รู้จักกันดีของบล็อกเชนสาธารณะ
บล็อกเชนส่วนตัวคืออะไร?
บล็อกเชนส่วนตัวคือบล็อกเชนที่ได้รับอนุญาต บล็อกเชนส่วนตัวทำงานโดยอาศัยการควบคุมการเข้าถึงซึ่ง จำกัด ผู้ที่สามารถเข้าร่วมในเครือข่ายได้ มีอย่างน้อยหนึ่งเอนทิตีที่ควบคุมเครือข่ายและสิ่งนี้นำไปสู่การพึ่งพาบุคคลที่สามในการทำธุรกรรม ในบล็อกเชนส่วนตัวเฉพาะหน่วยงานที่เข้าร่วมในธุรกรรมเท่านั้นที่จะมีความรู้ในขณะที่คนอื่น ๆ จะไม่สามารถเข้าถึงได้ Hyperledger Fabric of Linux Foundation เป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบของบล็อคเชนส่วนตัว
ความคล้ายคลึงกันของบล็อกเชนสาธารณะและส่วนตัว
ทั้งสองทำหน้าที่เป็นบัญชีแยกประเภทต่อท้ายเท่านั้นที่สามารถเพิ่มระเบียนได้ แต่ไม่สามารถแก้ไขหรือลบได้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเรียกว่าบันทึกที่ไม่เปลี่ยนรูป
แต่ละโหนดเครือข่ายในบล็อกเชนทั้งสองนี้มีแบบจำลองของบัญชีแยกประเภทที่สมบูรณ์ ทั้งสองแบบกระจายอำนาจและกระจายผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบเพียร์ทูเพียร์
ในทั้งสองความถูกต้องของบันทึกจะได้รับการตรวจสอบดังนั้นจึงให้ระดับความไม่เปลี่ยนรูปได้อย่างมากจนกระทั่งผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ยอมรับว่าเป็นบันทึกที่ถูกต้องและบรรลุฉันทามติ ซึ่งจะช่วยป้องกันการปลอมแปลงบันทึก
บล็อกเชนทั้งสองต้องอาศัยผู้ใช้จำนวนมากในการตรวจสอบสิทธิ์การแก้ไขบัญชีแยกประเภทซึ่งจะช่วยในการสร้างสำเนาหลักใหม่ซึ่งทุกคนสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา

slot

ความแตกต่างระหว่างบล็อกเชนสาธารณะและส่วนตัว
ลำดับความสำคัญของ blockchain ประชาชนจะน้อยกว่าที่ของ blockchain ส่วนตัวในขณะที่มันมีน้ำหนักเบาและให้การทำธุรกรรมผ่าน
ระดับการเข้าถึงที่ให้แก่ผู้เข้าร่วม – ในบล็อกเชนสาธารณะทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยการยืนยันและเพิ่มข้อมูลลงในบล็อกเชน ในบล็อกเชนส่วนตัวเฉพาะบุคคลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้นที่สามารถเข้าร่วมและควบคุมเครือข่ายได้ ตัวอย่างเช่น Bitcoin และ Ethereum
blockchain สาธารณะกระจายอำนาจในขณะที่ blockchain ส่วนตัวเป็นศูนย์กลางมากขึ้น ตัวอย่าง – Hyperledger และ Ripple
อัลกอริธึม Consensus เช่น Proof of Elapsed Time (PoET), Raft และ Istanbul BFT สามารถใช้ได้เฉพาะในกรณีของบล็อกเชนส่วนตัวเท่านั้น
ธุรกรรมต่อวินาทีมีน้อยกว่าในบล็อกเชนสาธารณะเมื่อเทียบกับบล็อกเชนส่วนตัว เนื่องจากจำนวนผู้เข้าร่วมที่ได้รับอนุญาตมีน้อยกว่าในบล็อกเชนส่วนตัวจึงสามารถประมวลผลธุรกรรมได้หลายร้อยหรือหลายพันรายการต่อวินาที
บล็อกเชนสาธารณะไม่สามารถแข่งขันกับบล็อกเชนส่วนตัวในแง่ของปัญหาความสามารถในการปรับขนาดได้เนื่องจากทำงานช้าและด้วยเหตุนี้จึงสามารถประมวลผลธุรกรรมได้ช้าเท่านั้น ในบล็อกเชนส่วนตัวเนื่องจากมีโหนดเพียงไม่กี่โหนดในการจัดการข้อมูลธุรกรรมจึงสามารถรองรับและประมวลผลได้ในอัตราที่สูงกว่ามาก
บล็อกเชนสาธารณะไม่น่าเชื่อถือและในการตั้งค่าบล็อกเชนส่วนตัวผู้เข้าร่วมจะต้องไม่ไว้วางใจซึ่งกันและกัน ในบล็อกเชนส่วนตัวความถูกต้องของบันทึกไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างอิสระเนื่องจากความสมบูรณ์ของเครือข่ายส่วนตัวขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของโหนดที่ได้รับอนุญาต
เครือข่ายสาธารณะมีความปลอดภัยมากขึ้นเนื่องจากการกระจายอำนาจและการมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น เนื่องจากจำนวนโหนดในเครือข่ายที่สูงขึ้นจึงแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ ‘ผู้ไม่หวังดี’ จะโจมตีระบบและเข้าควบคุมเครือข่ายฉันทามติ บล็อกเชนส่วนตัวมีแนวโน้มที่จะถูกแฮ็กความเสี่ยงและการละเมิด / การจัดการข้อมูล เป็นเรื่องง่ายที่ผู้กระทำไม่ดีจะเป็นอันตรายต่อเครือข่ายทั้งหมด
บล็อกเชนสาธารณะใช้พลังงานมากกว่าบล็อกเชนส่วนตัวเนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรไฟฟ้าจำนวนมากในการทำงานและบรรลุฉันทามติของเครือข่าย บล็อกเชนส่วนตัวใช้พลังงานและพลังงานน้อยกว่ามาก
ในบล็อกเชนสาธารณะจำเป็นต้องให้สิทธิ์การเข้าถึงแก่หน่วยงานส่วนกลางเพื่อดูแลเครือข่ายทั้งหมดจึงทำให้เป็นบล็อกเชนส่วนตัว ณ จุดนี้ ในบล็อกเชนส่วนตัวทุกคนที่ดูแลเครือข่ายสามารถแก้ไขหรือแก้ไขธุรกรรมใด ๆ ตามความต้องการได้
ในblockchain ส่วนตัวมีโอกาสของการปะทะกันเล็ก แต่ละตรวจสอบเป็นที่รู้จักกันและพวกเขามีข้อมูลประจำตัวที่เหมาะสมที่จะเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่าย แต่ในบล็อกเชนสาธารณะไม่มีใครรู้ว่าตัวตรวจสอบแต่ละคนคือใครและสิ่งนี้จะเพิ่มความเสี่ยงของการสมรู้ร่วมคิดที่อาจเกิดขึ้นหรือการโจมตี 51% (กลุ่มคนงานเหมืองที่ควบคุมพลังคอมพิวเตอร์มากกว่า 50% ของเครือข่าย)