ประชันผลตอบแทน : Bitcoin VS ทองคำ ใครจะอยู่ใครจะไปกันแน่ !!

ประชันผลตอบแทน : Bitcoin VS ทองคำ ใครจะอยู่ใครจะไปกันแน่ !!

joker123

สำหรับผู้ที่ติดตามสินทรัพย์ดิจิทัลมาสักระยะหนึ่ง คงจะเคยได้ยินการเปรียบเทียบของสินทรัพย์ 2 ชนิด นั่นก็คือ Gold และ Bitcoin มาบ้างไม่มากก็น้อยแต่โดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นบทความต่าง ๆ นำเรื่องของปัจจัยพื้นฐานหรือ Fundamental Factors มาเปรียบเทียบกันมากกว่า ว่าแต่ละสินทรัพย์ไม่ว่าจะ Gold หรือ Bitcoin มีปัจจัยพื้นฐานเป็นอย่างไร โอกาสของอุปสงค์ อุปทานในอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ในบทความนี้เราอยากจะนำเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไปเพื่อให้นักลงทุนที่มีความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลมีไอเดียและกลยุทธ์ในการลงทุนที่ดีขึ้นรวมถึงมีความเข้าใจการเคลื่อนไหวของราคาเพื่อที่จะสามารถรับมือและเตรียมใจกับสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตได้

สล็อต

มุมมองที่เราอยากจะนำเสนอในบทความนี้คือเรื่องของ Price & Return ของทั้ง 2 สินทรัพย์นั่นเอง พวกเราทราบไหมครับว่า หากเรามีเงินลงทุนหนึ่งก้อนแล้วเลือกลงทุนในสินทรัพย์ 2 ชนิดที่แตกต่างกัน คือ Gold และ Bitcoin ผลลัพธ์ของการลงทุนจะเป็นเช่นไร
สมมุติว่าเรากับเพื่อนสนิทของเรามีเงินลงทุนคนละ 1,000,000 บาท และมีความสนใจที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่แตกต่างกัน เราต้องการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนเพื่อนของเราเชื่อมั่นในการถือครองทองคำที่ได้ชื่อว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยในโลกการเงินการลงทุน เรากับเพื่อนจึงตัดสินใจลงทุนในสินทรัพย์ที่เราเชื่อมั่นแล้วค่อยมาวัดผลลัพธ์ของการลงทุนกันว่าใครกันแน่ที่จะเป็นผู้ชนะ โดยมีสมมุติฐานดังนี้ครับ
เงินลงทุนเริ่มต้น 1,000,000 บาท
ช่วงเวลาที่เริ่มต้นลงทุนคือ มกราคม 2019 – กรกฏาคม 2020
ใช้กลยุทธ์ Buy and Hold หรือซื้อแล้วถือยาว ไม่มีซื้อเพิ่มหรือขายออกระหว่างทาง
เมื่อนำเงินลงทุน ซื้อและถือทองคำตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ไปจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 1 ปีกับ 7 เดือนโดยประมาณ เงิน 1,000,000 บาท จะกลายเป็น 1,450,000 บาท ถือเป็นผลตอบแทนทั้งสิ้นประมาณ 45 % โดยที่ในระหว่างทางที่ถือทองคำอยู่นั้น มีบางช่วงเวลาที่เงินลงทุนติดลบไป 1.5 % หรือลดลงไปแค่ 15,000 บาท แต่หากนับจากจุดสูงสุดที่ Portfolio ของเราเคยวิ่งไปถึงแล้วปรับตัวลดลงมาเยอะที่สุด หรือ Max Drawdown นั้นจะเท่ากับ – 15 % หากเราเปิดดู Portfolio ในช่วงเดือนกลางเดือนกรกฎาคม 2020 เราจะมีเงินในพอร์ตถึง 1,450,000 บาท
ในกรณีของการซื้อและถือ Bitcoin ตั้งแต่เดือนมกราคม 2019 ไปจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา 1 ปีกับ 7 เดือนเช่นกัน เงิน 1,000,000 บาท จะกลายเป็น 2,450,000 ถือเป็นผลตอบแทน 145 % โดยที่ในระหว่างทางที่ถือ Bitcoin อยู่นั้น มีบางช่วงเวลาที่เงินลงทุนติดลบไป 13 % หรือกว่า 130,000 บาท แต่หากนับจากจุดสูงสุดที่ Portfolio ของเราเคยวิ่งไปถึงแล้วปรับตัวลดลงมาต่ำสุด หรือ Max Drawdown นั้นจะเท่ากับ -70 % ถ้าหากเราเปิดดู Portfolio ในช่วงเดือน พค 2019 เราจะมีเงินในพอร์ตถึง 3,300,000 บาท !!
พวกเราเห็นถึงความแตกต่างใน Price Movement ของ Gold กับ Bitcoin หรือไม่ครับ หากมองแค่ผิวเผินด้วยเงินลงทุนก้อนเดียวกันหากเลือกกลยุทธ์ Buy and Hold ใน Bitcoin ผลลัพธ์ที่ได้จะดีมากกว่าการลงทุนในทองคำอย่างแน่นอน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นที่อยากจะชี้ชัดก็คือ ความผันผวนหรือ Volatility ของ Bitcoin นั้นสูงกว่า Gold อย่างเห็นได้ชัด สำหรับประเด็นของปัจจัยพื้นฐานหรือ Fundamental Factors ของทุกสินทรัพย์ที่เราเลือกลงทุนนั้นควรศึกษาให้เข้าใจอย่างถ่องแท้เพราะปัจจัยพื้นฐานของมันคือตัวที่ขับเคลื่อนราคาในอนาคตว่าควรไปต่อหรือไม่และไปไกลแค่ไหน แต่ทักษะที่อยากให้นักลงทุนทุกคนศึกษาเพิ่มเติมก็คือเรื่อง Technical Analysis เพื่อดูจังหวะเวลาในการเข้าซื้อ ถือครอง หรือขายทำกำไรออกมาเมื่อแนวโน้มของราคาเริ่มอ่อนตัวลง ซึ่งมันจะทำให้ Portfolio ของเราไม่ต้องทนรับกับความผันผวนในระหว่างทางที่อาจจะต้องเจอ ลองคิดตามดูนะครับ ถ้าเป็นตัวเราเองเราจะทนรับการเหวี่ยงของเงินลงทุนได้มากขนาดนั้นเลยเหรอ สิ่งที่เกิดขึ้นจริงจากประสบการณ์ของผมที่คลุกคลีกับนักลงทุนเป็นจำนวนมาก คือพวกเรามักจะสติแตกและล้มเลิกแผนการทุกอย่างที่วางไว้ สุดท้ายก็ต้องรับกับความเสียหายที่เกิดขึ้นและเดินออกจากตลาดไป
ฉะนั้นจึงอยากเชิญชวนทุกคนให้หันมาสนใจและให้ความสำคัญกับเรื่องของ “จังหวะเวลา” ในการลงทุน ซึ่งมันจะทำให้เราสามารถควบคุมความเสี่ยงของ Portfolio ไม่ให้ขาดทุนเกินที่เราออกแบบไว้เพราะเราคงควบคุมความผันผวนของสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดไม่ได้หรอกครับแต่สิ่งที่เราสามารถทำได้ก็คือการควบคุมสติ ควบคุมความเสี่ยง และควบคุมตัวเองให้ปฎิบัติตามแผนการที่วางเอาไว้ตลอดการลงทุน

สล็อตออนไลน์

หลายคนคงเคยได้เห็นบทวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลตอบแทนระหว่างสินทรัพย์ 2 ชนิด ซึ่งก็คือทองคำ และบิทคอยน์มาบ้าง โดยเฉพาะผู้ที่ติดตามข่าวสารหรือเริ่มลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมาสักพักแล้ว บทความส่วนใหญ่มักจะเปรียบเทียบการลงทุนของสินทรัพย์สองชนิดผ่านการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานหรือ Fundamental Factors ของแต่ละสินทรัพย์ รวมไปถึงมุมมองด้านอุปสงค์และอุปทานในอนาคต ในบทความนี้เราจะลองมาดู Bitcoin VS Gold ในมุมมองที่แตกต่างออกไป เพื่อให้นักลงทุนทุกคนมีกลยุทธ์และไอเดียในการลงทุนที่ดีขึ้น และมีความเข้าใจในการเคลื่อนไหวของราคาของสินทรัพย์ เพื่อให้สามารถวางแผนบริหารความเสี่ยงสำหรับการลงทุนในอนาคตได้ดียิ่งกว่าที่เคย
ราคาและผลตอบแทน – Price & Return
ในบทความนี้เราจะลองมาดูกันว่า ผลตอบแทนของทองคำและบิทคอยน์นั้น มีหน้าตาเป็นยังไงบ้าง โดยสถานการณ์สมมติที่เรายกมาวิเคราะห์ก็คือ การลงทุนเงินหนึ่งก้อน ด้วยจำนวนเท่าๆ กัน ในสินทรัพย์สองชนิด แล้วมาดูว่าผลตอบแทนที่ได้ในระยะเวลาที่เท่ากัน จะเป็นอย่างไร
ถ้าเราลงทุนใน Bitcoin และ ทองคำ ด้วยเงินลงทุนจำนวน 1,000,000 บาทเหมือนกัน ในช่วง มกราคม 2019 ถึง เมษายน 2020 โดยใช้กลยุทธ์ถือครองระยะยาว (Buy and hold) ไม่มีการซื้อสินทรัพย์แต่ละชนิดหรือขายออกตลอดระยะเวลานี้

jumboslot

ผลตอบแทนของการลงทุนในทองคำ
ถ้าเราลงทุนซื้อทองคำในเดือนมกราคม 2019 และถือครองเป็นเวลา 1 ปีกับ 4 เดือน ด้วยเงินลงทุน 1 ล้านบาท เงินจำนวนนี้จะงอกเงยกลายเป็น 1,330,000 บาท หมายความว่าเราได้รับผลตอบแทน 33% โดยประมาณ
ในช่วงระหว่างการลงทุนนั้น มีช่วงหนึ่งที่เงินลงทุนของเราติดลบไป 1.5% หรือ 15,000 บาท แต่ถ้าเรานับจากจุดที่ผลตอบแทนใน Portfolio ของเราสูงสุดแล้วปรับลงมาตอนสิ้นสุดระยะเวลาหรือ Drawdown นั้น จะเท่ากับ -2% และถ้าเราเปิดดูผลตอบแทนการลงทุนในช่วงกลางเดือนเมษายน 2020 นั้น เราจะมีเงินในพอร์ตการลงทุนถึง 1,350,000 บาท

slot

ผลตอบแทนของการลงทุนในบิทคอยน์
ในขณะเดียวกัน ถ้าเราซื้อและถือบิทคอยน์ตั้งแต่มกราคม 2019 จนถึงเมษายน 2020 ในช่วงเดียวกันกับทองคำ เงิน 1 ล้านบาทของเราจะกลายเป็น 2,080,000 คิดเป็นผลตอบแทนถึง 108 % ช่วงที่การลงทุนติดลบมากที่สุดจะอยู่ที่ 9.5% เท่ากับเราขาดทุนกว่า 95,000 บาท ส่วนถ้าเรานับจากจุดสูงสุดใน Portfolio ในช่วงนี้ แล้วปรับตัวลงมาตอนเมษายน 2020 (Drawdown) จะเป็น -40% และถ้าเราเปิดดูผลตอบแทนในช่วงที่ได้กำไรสูงสุด หรือ พฤษภาคม 2019 นั้น เราจะมีเงินในพอร์ตการลงทุนถึง 3,500,000 บาท เลยทีเดียว