‘บิตคอยน์’ เป็นการลงทุนไหม? ในมุม ‘เรย์ ดาลิโอ’

‘บิตคอยน์’ เป็นการลงทุนไหม? ในมุม ‘เรย์ ดาลิโอ’

joker123

ถ้าจะมีผู้ที่สามารถให้ความเห็นเกี่ยวกับบิตคอยน์ได้อย่างมีความน่าเชื่อถือที่สุดในยุคนี้ ผมว่าหนึ่งในนั้นคือ เรย์ ดาลิโอ

สล็อต

บทความนี้จะขอนำเสนอมุมมองดังกล่าวผ่านความเห็นจาก เรย์ ดาลิโอ แบบคำต่อคำ ก่อนอื่นเขาออกตัวว่าเขาเองไม่ได้เป็นผู้ชำนาญด้านเงินสกุลคริปโตเคอร์เรนซี่ การที่เขาเองมาเขียนบทความให้ความเห็นเกี่ยวกับบิตคอยน์แบบเต็มตัวเป็นครั้งแรก ก็เพื่อหลีกเลี่ยงการนำคำพูดบางประโยคของเขาที่ให้ความเห็นเพื่อตอบคำถามที่พิธีกรถามในงานต่าง ๆ แล้วมีการไปตีความให้สอดคล้องกับบริบทของผู้ที่ต้องการสื่อสารเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง
ดาลิโอ ได้แบ่งบทความนี้ ออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนแรก เป็นความเห็นของเขาเองแบบที่เขียนเอง และ ส่วนที่สอง คือ บทวิเคราะห์ทางเทคนิคที่ให้ทีมงานของเขาช่วยเพิ่มตัวเลขและสถิติต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนบทความในส่วนแรก
ผมขอพูดถึงความคิดเห็นของดาลิโอก่อน โดยดาลิโอชมบิตคอยน์ว่า ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมทางการเงิน ทว่าเขาเองก็มองว่าด้วยทั้งปัจจัยทางเทคนิค การเมือง และธนาคารกลาง ทำให้เขามองว่าบิตคอยน์ยังไม่ใช่การลงทุน ทว่าเป็นเพียงการซื้อ ‘ออปชั่น’ เผื่อว่าจะได้กำไรก้อนโต โดยเขาได้แบ่งจุดเด่นและจุดด้อยของบิตคอยน์ไว้เป็นอย่างละ 3 ประการ โดยขอเริ่มจาก จุดเด่น ก่อน ดังนี้

  1. ดาลิโอ เปรียบเทียบ บิตคอยน์ เหมือนกับนวัตกรรมทางการเงินอย่าง Medicis เมื่อปี 1350 ที่สามารถเป็นเสมือนผลิตภัณฑ์สินเชื่อรูปแบบใหม่ที่สามารถตีตลาดการเงินในยุคนั้น จนสามารถทำให้นักลงทุนทำกำไรจากผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
  2. ในแง่ของการตลาด ดาลิโอให้ความเห็นว่าบิตคอยน์สามารถหาตลาดซึ่งต้องการมีความเป็นส่วนตัวและไม่ได้มีขนาดใหญ่มากเพื่อมาแข่งกับทองคำได้สำเร็จ โดยตลาดดังกล่าวถือเป็น untapped demand มาอย่างยาวนาน
  3. ดาลิโอได้ชมบิตคอยน์ว่า ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ได้ก้าวข้ามผ่านการเป็นสินทรัพย์ที่ใช้เก็งกำไรระยะสั้นแบบสมบูรณ์ มาเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงมากทว่าก็สามารถใช้เก็บมูลค่าได้ไว้ในอนาคตแม้จะอยู่ในระดับที่ไม่มากนัก
    ส่วนจุดด้อยของบิตคอยน์ ที่ดาลิได้กล่าวไว้ มี 3 ประการเช่นกัน ดังนี้
  4. แม้บิตคอยน์จะมีจุดเด่นเมื่อเทียบกันเงินสกุลเงินสกุลคริปโตประเภทอื่น ๆ ที่มีอุปทานของเหรียญอยู่จำกัด ทว่าดาลิโอมองว่าจุดเด่นดังกล่าว ไม่น่าจะเพียงพอที่จะสกัดไม่ให้เงินสกุลคริปโตใหม่ ๆ ในอนาคต ที่จะมาตีตลาดบิตคอยน์ให้หล่นจากเบอร์ 1 ในบรรดาสกุลเงินคริปโตได้ โดยยกตัวอย่างมือถือแบล็กเบอร์รี ที่การจำกัดจำนวนเครื่องหรือบริษัทเดียวที่ผลิตได้ ยังไม่เพียงพอต่อการอยู่เป็นเจ้าตลาดอย่างยั่งยืน
  5. แม้บิตคอยน์จะมีเทคโนโลยีที่โฆษณาตนเองว่าไม่สามารถจะโดนเจาะระบบหรือแฮ็กได้ ทว่าดาลิโอมองว่า สิ่งนี้ก็อาจไม่เป็นจริงตลอดไปในอนาคต โดยได้อ้างอิงถึงหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐที่ยังถูกมือดีเจาะระบบได้เมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึงการเป็นผู้เล่นแบบ Cyber Defense หรือคอยเป็นผู้รับหรือป้องกันไม่ให้ตนเองถูกเจาะระบบ ถือว่าเสียเปรียบต่อการเป็น Cyber Offense หรือผู้ที่จ้องเจาะระบบคอมพิวเตอร์หน่วยงานอื่น ๆ
  6. การที่ตลาดบิตคอยน์มีอุปทานที่ถือว่ามีปริมาณคงที่ ราคาของบิตคอยน์ จึงถูกกำหนดโดยระดับอุปสงค์ ซึ่งดาลิโอมองว่าหากเขาเองเป็นรัฐบาลหรือธนาคารกลาง เมื่อเห็นว่าบิตคอยน์กำลังทำหน้าที่ถือเป็นคู่แข่งของเงินสกุล (fiat money) ของตนเอง เขาเองคงจะต้องลดระดับอุปสงค์ของบิตคอยน์ ด้วยการหาทางขัดขวางหรือจำกัดไม่ให้ประชาชนสามารถใช้บิตคอยน์ได้ตามต้องการ ผ่านการออกกฎเกณฑ์หรือระเบียบทางการเงิน หรือการหาเหตุผลทางสังคมหรือเทคโนโลยีในการสกัดไม่ให้ประชาชนต้องการใช้ หรือสะสมบิตคอยน์เพื่อหวังทำกำไรให้กับตนเอง
    นอกจากนี้ ในส่วนที่ทีมงานของดาลิโอวิเคราะห์ไว้ ได้มองบิตคอยน์ในลักษณะที่เป็นเหมือนการซื้อออปชั่นเพื่อหวังกำไรคำโต ๆ ทว่าก็ต้องทำใจหากจะต้องเสียเงินไปกับการซื้อพรีเมี่ยมของออปชั่นแบบทั้งจำนวน หากเหตุการณ์ต่าง ๆ ไม่เป็นไปตามคาด
    หากพิจารณาจากสถิติระยะเวลาการถือครองหรือการเทรดระหว่างกัน พบว่ามีเพียงราวหนึ่งในห้าที่ถือบิตคอยน์ยาวนานเกิน 5 ปี รวมถึงมีค่าเฉลี่ยปริมาณการเทรดต่อวันเมื่อเทียบปริมาณคงค้าง ก็พบว่าอยู่ที่ระหว่างร้อยละ 20-50 ในขณะที่ทองคำเทรดกันไม่ถึงร้อยละ 1 อีกทั้งความผันผวนของราคาบิตคอยน์อยู่ที่ร้อยละ 20-28 ส่วนความผันผวนของหุ้นสหรัฐและทองคำไม่ถึงร้อยละ 5
    อย่างไรก็ดี แม้นักลงทุนสถาบันบางแห่งจะประกาศว่าสนใจจะถือบิตคอยน์เพิ่มขึ้น ทว่าด้วยโครงสร้างตลาดรวมถึงสภาพคล่องของบิตคอยน์ ก็ยังถือเป็นการยากมาก ๆ จนอาจจะพูดได้ว่าแทบเป็นไปได้ที่บิตคอยน์จะกลายเป็นหนึ่งในชั้นสินทรัพย์สำหรับการลงทุนในเร็ววันนี้
    ผมมองว่าดาลิโอเขียนบทความนี้ได้อย่างเป็นกลางค่อนข้างมาก ทว่ามีอยู่สองจุดซึ่งผมมองดาลิโออาจจะตั้งใจไม่เน้น คือความโปร่งใสของผู้ถือครองรายใหญ่ในโลกของบิตคอยน์ รวมถึงการสร้างเรื่องราวของบิตคอยน์ให้กลายเป็นดราม่าแห่งโลกการลงทุนผ่านการเขียนตัวละครและเหตุการณ์ต่าง ๆ รวมถึงบทความ White Paper ในบิตคอยน์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกับการสร้างเหตุการณ์ที่บ้านกกกอดในบ้านเราให้โด่งดัง ผ่านการปั่นกระแสเรื่องราวลุง ๆ ป้า ๆ ในหมู่บ้านดังกล่าวอย่างไม่น่าเชื่อ
    เพียงแต่ว่าสำหรับบิตคอยน์นั้น มีความโลภและเม็ดเงินผสมเข้ามาเพื่อให้ติดตลาดได้ง่ายในยุคโควิด จนทำให้กลายเป็นเรื่องราวของการลงทุนแห่งยุคมิลเลนเนี่ยมได้ตามแบบช่องทีวีข่าวในบ้านเราได้เคยทำไว้

สล็อตออนไลน์

ในปีที่ผ่านมา 2020 นอกจาก covid-19 แล้ว คงมีอีกเรื่องที่เป็นที่พูดถึงมากแบบสุดๆ เลยก็คือ บิตคอย (Bitcoin) และ cryptocurrencies อื่นๆ ยิ่งเฉพาะเดือนมกราคมที่ผ่านมา เรียกได้ว่าทุกคนต้องเคยได้ยินมันบ้างแน่ๆเลยครับ ส่วนเหตุผลที่เป็นที่น่าสนใจกันผมคิดว่า ก็คงเป็นเรื่องที่ราคามันวิ่งแบบพุ่งสูงปี้ดทะลุทะลวง จนทำให้คนที่เคยถือมันไว้ก่อนหน้านี้ แม้จะไม่กี่เดือน ก็กลายเป็นเศรษฐีกันไม่มากก็น้อยแหละครับ เรียกได้ว่าการมาของ Bitcoin นี่ถือเป็นปรากฎการณ์ที่น่าตื่นเต้นแบบสุดๆ เพราะไม่เพียงแต่จะกระทบทั้งผู้คนในด้านเทคโนโลยี และด้านการลงทุนแล้ว แต่ยังกระทบไปถึงประชาชนทั่วไปอีกด้วย
โดยในบทความนี้ ผมอยากพาไปดูว่านักลงทุนระดับโลกอย่าง มิสเตอร์ “ เรย์ ดาลิโอ้ ” (Ray Dalio) คิดอย่างไรกับการลงทุนใน Bitcoin หรือ Cryptocurrencies
“ เรย์ ดาลิโอ้ ” (Ray Dalio) : นักลงทุนชื่อดังของโลก เจ้าของฉายา King of Hedge Fund ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates กองทุน hedge fund ที่ใหญ่ที่สุดของโลก

jumboslot

สรุปออกเป็น 2 ส่วน คือ
ส่วนที่ 1 ความเห็นของ เรย์ ดาลิโอ้ ที่มีต่อ Bitcoin
ดาลิโอ้ กล่าวว่า Bitcoin ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากๆ เพราะใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 10 ปีก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก ทั้งในด้านของการเงิน และ ในด้านของสินทรัพย์ที่รักษาความมั่งคั่ง(a storehold of wealth) โดยเหตุผลที่เป็นเช่นนี้ เพราะปัจจุบัน asset ที่มีให้ลงทุนนั้น มีตัวเลือกน้อย และให้ผลตอบแทนต่ำ การมาของ Bitcoin และ Crpytocurrency จึงเป็นสิ่งที่มาเติมเต็มในส่วนนี้ โดย Bitcoin นั้น ได้ก้าวข้ามในเรื่องของการเก็งกำไร ไปสู่การมีมูลค่าในอนาคต
แล้วก็ได้ตั้งคำถามต่อว่า จริงๆแล้ว Bitcoin ถูกใช้เพื่ออะไร และ ความต้องการมีเท่าไหร่ โดยจำนวนของความต้องการนั่นแหละ เป็นตัวกำหนดราคาของมัน
การมีจำนวนจำกัดไม่ใช่ข้อที่จะทำให้ Bitcoin ได้เปรียบ
ถึงแม้ว่า Bitcoin จะมีจำนวนจำกัด แต่ Cryptocurrencies มีไม่จำกัด และเชื่อว่าสิ่งที่ใหม่กว่าและดีกว่าจะมาแทนที่เสมอ ในเรื่องของการมีจำนวนจำกัดก็ไม่ใช่ข้อได้เปรียบเสมอไป ยกตัวอย่างเช่น Blackberries ถึงแม้ว่าจะถูกจำกัดจำนวนการผลิต แต่ก็ไม่ได้ทำให้มีมูลค่าสูงขึ้น เพราะว่ามันจะโดนแทนที่ด้วยคู่แข่งที่มีการพัฒนาที่มากกว่า
การถูก HACK
ถึงแม้ว่า Bitcoin จะไม่เคยถูก Hack เลยตลอดระยะเวลาที่เกิดขึ้นมา แต่ก็ไม่ควรมองข้ามความเสี่ยงนี้
รัฐบาล และการควบคุม

slot

แน่นอนว่า พอมีอะไรใหม่ๆดีๆ รัฐบาลก็ต้องการที่จะเข้ามาควบคุมหรือเข้ามาตรวจสอบว่าใครบ้างกำลังถือ Bitcoin แต่ก็คงไม่มีใครที่อยากจะเปิดเผยความเป็นส่วนตัวให้รัฐบาลหรอก จริงไหมครับ ด้วยเหตุนี้ เลยสามารถเกิดความเสี่ยงสูงขึ้นได้ และหากรัฐบาลออกนโยบายดังกล่าวมาจริงความน่าสนใจของ Bitcoin คงน้อยลง ดาลิโอ้เลยเชื่อว่าคงเป็นไปได้ยากที่รัฐบาลจะยอมให้ Bitcoin เป็นการลงทุนที่ดีกว่าระบบที่รัฐบาลสร้างขึ้นมา (money and credit) และก็เชื่อว่าความสำเร็จของ Bitcoin จะเป็นตัวฆ่ามันเอง
ดาลิโอ้ มองว่า Bitcoin น่าจะเป็นการลงทุนทางเลือกเช่นเดียวกับทอง (alternative gold-like assets) เลยให้ Rebecca Patterson และคนอื่นๆใน bridge water ทำโมเดลเกี่ยวกับการลงทุนใน Bitcoin เลยทำให้รู้ว่า Bitcoin เป็นตัวเลือกของการลงทุนในระยะยาว ซึ่งอนาคตก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากจะเสียเงินลงทุนสัก 80 % ก็คงไม่คิดอะไร
ผมขอจบไว้ที่ส่วนแรกก่อนครับ เดี๋ยวมันจะยาวเกินไป… อ่านแล้วอยากลงทุน Bitcoin กันยังครับ? ถ้ายังลังเล ครั้งหน้า มาลองมองในมุมของพนักงานใน Bridgewater กันบ้างครับ ว่ามีแนวคิดอะไรเด็ดๆบ้าง